Paolo Canevari

1963, Rome, Italy

Born in Rome in 1963,  lives and works between Rome and New York. Canevari is one of the most internationally renowned artists of his generation.

His work stems from thoughts and reflections on the transient nature of art and on the significance of artistic sculptures in modern society. While wondering on the value and origin of the most intimate aspects of memory, the artist develops his own personal language where symbols, pop culture, historical knowledge and politics are intertwined in a new interpretation of daily life.

He has participated in numerous museum exhibitions, public commissions and publications throughout Europe, the Americas and Asia. In 2007 he participated at the 52nd Biennial in Venice curated by Robert Storr. His work is collected by major museums throughout the World:

Centro per l’Arte Contemporanea Luigi Pecci, Prato;

Museum of Modern art MoMA, New York;

Foundation Louis Vuitton pour la Creation, Paris;

Cisneros Fontanals Art Foundation, Miami;

Macro, Museo d’Arte Contemporanea, Rome;

MART Museo d’Arte Contemporanea di Trento e Rovereto;

Johannesburg Art Gallery, Johannesburg; Istituto Nazionale per la Grafica, Rome; GNAM Galleria Nazionale di Arte Moderna, Rome;

Perna Foundation, Capri; Olnick Spanu Art Program, Garrison, New York.

เปาโล คานีวาริ 

เกิด พ.ศ. 2506, อิตาลี พำนักและทำงานอยู่ที่ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา  

เปาโล คานีวาริ ทำงานโดยใช้วัสดุและเทคนิคที่หลากหลาย ทั้งประติมากรรม, ศิลปะจัดวาง, วาดเส้น และ วีดีโอ งานของคานีวารี มักนำเสนอเรื่องที่ผู้ชมเข้าใจง่าย สัญลักษณ์และสิ่งที่ผู้ชมรู้จัก เพื่อที่จะวิพากษ์เกี่ยวกับเรื่องศาสนา, จินตนาการความสุขของคนเมือง ไปจนถึงทฤษฎีการสร้างสรรค์และทำลาย ความไม่ถาวรของศิลปะ และขนบธรรมเนียมประเพณี

คานาวารี เริ่มการทำงานจากการเป็นประติมากร ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 90 เขามักใช้ยางเป็นวัสดุในการทำงาน ยางจากล้อรถยนต์ หรือท่อต่างๆ มาพัฒนาในภาษาเฉพาะตัวเพื่อหันกลับไปสำรวจชีวิตประจำวันและความทรงจำของเรา ที่เชื่อมโยงกับสํญลักษณ์ วัฒนธรรมป็อบ ภาพตัวแทนทางประวัติศาสตร์ และการรับรู้เรื่องทางการเมือง งานสำคัญในยุคนั้น อาทิ Elmi, (1900), Lupa Roma (1993), หรือ ศิลปะจัดวางชุด Esodo (1998) ที่เป็นกลุ่มคนตัดจากยาง ในการแสดงผลงานชื่อ Colosso ปี .. 2547  ศิลปินแบกประติมากรรมรูป โคลอสเซียม ไว้บนบ่า เพื่อสื่อถึงภาระอันหนักอึ้งของขนบธรรมเนียมเดิมของอิตาลี ที่ศิลปินแบกรับอยู่  งานในยุคหลังๆ ศิลปินเริ่มใช้สื่อวิดีโอเพิ่มเข้ามา เพื่อสร้างภาพของสิ่งที่เสื่อมสลายได้ให้ดูเร้าใจขึ้น งานวิดีโอยุคหลังๆ ของเขามีความคล้ายประติมากรรมที่ไม่ถาวรเพื่อสะท้อนแนวคิดที่ปฎิเสธตรรกะของการสร้างอนุเสาวรีย์เพื่อคงความถาวรของสิ่งนั้นๆ ในปี พ.. 2550 ผลงานวีดีโอชื่อ the Bouncing Skull  ศิลปินนำหัวกระโหลกมนุษย์มาใช้แทนลูกบอล โดยถ่ายทำที่ตึกร้างที่เคยเป็นที่ตั้งฐานทัพทหารเซอร์เบียในเบลเกรด ที่ถูก NATO ทิ้งระเบิดใส่เมื่อปี .. 2542 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชีวิตวัยเยาว์ สะท้อนสภาวะชีวิตและความตายซึ่งเป็นอีกแรงบันดาลใจสำคัญให้กับการทำงานของ คานีวาริ งานชุดนี้จัดแสดงที่เวนิส เบียนนาเล่ (Venice Biennale) ครั้งที่ 52 และอยู่ในการสะสมของ พิพิธภัณฑ์ศิลปินสมัยใหม่ (MoMa) นิวยอร์ค

ผลงานของ คานีวารี ได้รับการจัดแสดงในเทศกาลศิลปะระดับโลก ทั้ง เวนิส เบียนนาเล่ และ วิทนีย์ เบียนนาเล่ นอกจากนี้ยังได้แสดงและอยู๋ในการสะสมของพิพิธภัณฑ์ ศิลปะร่วมสมัยฮ่องกง,โรม และพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ นิวยอร์ก